ก่อนประกันบ้านหมด ควรเช็กอะไรบ้าง? จุดที่เจ้าของบ้านไม่ควรปล่อยผ่าน

ประกันบ้านหมด

ตอนไปรับบ้านใหม่ หลายคนตรวจละเอียดกันเป็นชั่วโมง แต่พอเข้าอยู่จริงกลับแทบไม่ได้ย้อนมาดูอีกเลย ทั้งที่ปัญหาบางอย่างไม่ได้แสดงอาการตั้งแต่วันแรก เช่น คราบน้ำบนฝ้า ประตูเริ่มฝืด กระเบื้องมีเสียงผิดปกติ หรือน้ำรั่วตามจุดใช้งาน

ถ้าบ้านยังอยู่ในช่วงรับประกันของโครงการ ช่วงก่อนหมดประกันจึงเป็นจังหวะที่ควรเดินเช็กบ้านอีกครั้ง โดยเริ่มจาก เปิดเอกสารซื้อขายและเงื่อนไขรับประกันของโครงการตัวเองก่อน เพราะระยะเวลาและรายการที่ครอบคลุมอาจไม่เหมือนกันในแต่ละโครงการ จากนั้นค่อยไล่ดูว่าหลังเข้าอยู่มาระยะหนึ่ง บ้านมีจุดไหนเริ่มเปลี่ยนไปบ้าง

ก่อนประกันบ้านหมด อย่าเพิ่งเริ่มจากเดินหาตำหนิ

ก่อนถือโทรศัพท์เดินถ่ายทุกจุด ลองเตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อน จะช่วยให้ตอนเจอปัญหาตามเรื่องง่ายกว่าเดิม

สิ่งที่ควรมีติดมือ ได้แก่

  • เอกสารหรือเงื่อนไขการรับประกันจากโครงการ
  • รายการ Defect ที่เคยแจ้งไว้ตอนรับบ้าน
  • ภาพถ่ายช่วงก่อนเข้าอยู่ ถ้ายังเก็บไว้
  • โทรศัพท์สำหรับถ่ายภาพและวิดีโอ
  • กระดาษหรือ Note สำหรับจดตำแหน่งที่พบปัญหา

ถ้าจุดไหนเคยซ่อมมาแล้ว ควรกลับไปดูเป็นพิเศษ เพราะการที่รอยเดิมหายไปไม่ได้หมายความว่าต้นเหตุได้รับการแก้ครบทุกครั้ง

ตรวจดีเฟค defect.

1. หลังคาและฝ้า มีคราบน้ำใหม่เกิดขึ้นหรือไม่


ช่วงเข้าอยู่จริงเป็นเวลาที่บ้านผ่านทั้งแดดและฝนมาแล้ว จึงเริ่มเห็นปัญหารั่วซึมบางอย่างที่วันตรวจรับบ้านอาจยังไม่แสดงอาการ

ลองเดินดูบริเวณฝ้าชั้นบน ห้องที่อยู่ติดผนังภายนอก และจุดใต้แนวหลังคา หากพบว่า

  • ฝ้ามีคราบเหลืองหรือน้ำตาล
  • สีเริ่มพองหรือลอก
  • มีกลิ่นอับผิดปกติ
  • ฝ้าเริ่มบวมหรือเสียรูป
  • มีคราบเกิดหลังฝนตก

ควรถ่ายภาพและจดตำแหน่งไว้ก่อน ไม่ควรรีบทาสีปิด เพราะอาการที่เห็นบนฝ้าอาจไม่ได้อยู่ตรงกับจุดที่น้ำเริ่มรั่วเสมอไป

2. พื้น ผนัง และกระเบื้อง มีอะไรเปลี่ยนจากวันแรกไหม

รอยเล็ก ๆ บางอย่างอาจเริ่มเห็นชัดหลังเข้าอยู่ เช่น รอยร้าวใหม่ตามผนัง ร่องยาแนวแตก กระเบื้องเริ่มโยก หรือพื้นบางตำแหน่งมีเสียงต่างจากบริเวณรอบข้าง

ไม่จำเป็นต้องตกใจกับรอยทุกเส้น แต่ควรเก็บข้อมูลไว้ โดยเฉพาะถ้าพบว่า

  • รอยร้าวยาวขึ้นหรือเห็นชัดกว่าเดิม
  • มีรอยร้าวเกิดบริเวณเดิมซ้ำ
  • กระเบื้องขยับหรือขอบกระดก
  • ยาแนวแตกต่อเนื่องหลายแผ่น
  • พื้นมีการทรุดหรือต่างระดับผิดปกติ

ถ้ามีภาพวันรับบ้านอยู่ ลองเปิดเทียบกัน ซึ่งจะช่วยดูได้ง่ายขึ้นว่ารอยนั้นมีมาตั้งแต่แรกหรือเป็นรอยที่เกิดขึ้นทีหลัง

3. ประตู หน้าต่าง รั้ว และส่วนที่ต้องเปิดปิดทุกวัน

ของที่ใช้งานบ่อยจะเริ่มแสดงอาการได้ชัดหลังใช้งานจริงมาระยะหนึ่ง ประตูที่วันแรกเปิดปิดได้ดี อาจเริ่มฝืด ส่วนหน้าต่างบางบานอาจเพิ่งพบว่าน้ำซึมเมื่อเจอฝนแรง

ลองทดสอบทีละจุด

  • ประตูเปิด–ปิดและล็อกได้ตามปกติหรือไม่
  • วงกบมีรอยแยกหรือเปลี่ยนรูปหรือเปล่า
  • หน้าต่างปิดสนิทและล็อกได้ครบ
  • มีคราบน้ำตามขอบวงกบหลังฝนตกไหม
  • ประตูรั้ว ราวระเบียง และส่วนภายนอกยังใช้งานปกติหรือไม่
ก่อนเข้าอยู่ ตรวจอะไรบ้าง

4. ห้องน้ำและสุขภัณฑ์ ลองใช้งานจริงทุกจุด

ห้องน้ำเป็นพื้นที่ที่ไม่ควรตรวจด้วยการมองอย่างเดียว ลองเปิดน้ำ กดชักโครก ใช้สายชำระและฝักบัว แล้วดูว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่

จุดง่าย ๆ ที่เจ้าของบ้านเช็กเองได้ เช่น

  • ก๊อกหรือข้อต่อมีน้ำหยด
  • น้ำระบายลง Floor Drain ช้ากว่าเดิม
  • ชักโครกมีน้ำซึมหรือเติมน้ำตลอด
  • ซิลิโคนตามขอบสุขภัณฑ์เริ่มหลุด
  • มีคราบชื้นตามผนังหรือฝ้าของชั้นล่าง
  • มีกลิ่นจากท่อระบายน้ำผิดปกติ

บางปัญหาอาจดูเล็ก แต่หากมีน้ำรั่วต่อเนื่องแล้วปล่อยไว้นาน งานรอบข้างอาจเสียหายตามไปด้วย

5. ระบบน้ำและระบบไฟ อย่ารอให้เสียจนใช้งานไม่ได้

หลังจากเข้าอยู่  พอเราเริ่มอยู่อาศัยแล้วคุ้นชินกับบ้าน เราจะรู้ถึงพฤติกรรมของบ้านตัวเองมากขึ้น เช่น ปั๊มน้ำเคยทำงานแบบไหน ไฟเคยตัดหรือไม่ หรือน้ำแต่ละชั้นแรงประมาณไหน หากเริ่มมีสิ่งที่ผิดจากปกติควรจดไว้ เช็กได้ตามนี้

ระบบน้ำ

  • ปั๊มน้ำทำงานเองทั้งที่ไม่ได้เปิดก๊อกหรือไม่
  • แรงดันน้ำลดลงผิดปกติ
  • มีคราบน้ำตามแนวท่อหรือข้อต่อ
  • บ่อพักและทางระบายน้ำยังทำงานดีหรือไม่

ระบบไฟ

  • ปลั๊กและสวิตช์ใช้งานได้ครบ
  • เบรกเกอร์มีอาการตัดผิดปกติหรือไม่
  • มีจุดร้อน กลิ่นไหม้ หรืออาการผิดปกติจากอุปกรณ์หรือไม่

ถ้าเป็นงานไฟที่ไม่มั่นใจ ไม่ควรรื้อหรือแก้เอง เพราะบางจุดต้องใช้เครื่องมือและผู้ที่มีความรู้ด้านระบบไฟฟ้าโดยตรง

6. บันไดและส่วนประกอบที่ใช้งานทุกวัน

บันไดเป็นอีกจุดที่หลายคนเดินผ่านทุกวันจนไม่ทันสังเกต ลองหยุดดูว่าขั้นยังแน่นเหมือนเดิมหรือไม่ มีเสียงผิดปกติ ราวจับโยก หรือวัสดุบางส่วนแตกร้าวหรือเปลี่ยนรูปหรือเปล่า

บ้านที่ใช้บันไดไม้ควรดูเรื่องรอยแยกหรือการยืดหดของวัสดุด้วย ส่วนบันไดปูนควรสังเกตรอยแตกร้าวหรือการบิ่นบริเวณขอบขั้น ซึ่ง Pass ก็รวมงานบันไดไว้เป็นหนึ่งในรายการตรวจช่วงก่อนหมดประกันบ้านเช่นกัน

7. จุดโครงสร้างและรอยผิดปกติที่ไม่ควรเดาเอง

รอยร้าวทุกเส้นไม่ได้หมายความว่าบ้านมีปัญหาโครงสร้าง แต่ถ้าพบรอยใหม่บริเวณเสา คาน พื้น หรือจุดต่อสำคัญ และไม่แน่ใจว่าเกิดจากอะไร ควรเก็บภาพพร้อมวันที่ไว้แล้วให้ผู้ที่มีความรู้ตรวจเพิ่มเติม

จุดที่ควรให้ความสนใจคือรอยที่มีการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง เช่น กว้างขึ้น ยาวขึ้น หรือมีอาการอื่นร่วมกับการทรุดหรือเสียรูป ไม่ควรแก้ด้วยการโป๊วและทาสีทับอย่างเดียวโดยยังไม่ทราบสาเหตุ

ก่อนประกันหมด ตรวจเองได้ไหม?

ถ้าเป็นการเดินดูรอย คราบน้ำ ทดลองประตู เปิดก๊อก หรือเช็กอุปกรณ์ทั่วไป เจ้าของบ้านสามารถเริ่มต้นตรวจเองได้ และยิ่งเป็นคนที่อยู่บ้านทุกวันก็ยิ่งรู้ว่าจุดไหนเปลี่ยนไปจากเดิม

แต่บ้านมีหลายระบบที่อาการภายนอกอาจไม่ได้บอกต้นเหตุทั้งหมด เช่น น้ำรั่วที่เห็นบนฝ้าอาจเริ่มจากคนละตำแหน่ง หรือรอยแตกร้าวบางแบบต้องดูทั้งตำแหน่งและลักษณะของรอย หากบ้านเริ่มมีหลายปัญหาพร้อมกันหรือไม่มั่นใจว่าควรตรวจอะไรต่อ การให้ทีมตรวจบ้านเข้ามาช่วยก่อนหมดประกันก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

ก่อนถึงกำหนด จึงควรเผื่อเวลาไว้สำหรับ ตรวจ → รวบรวมรายการ → แจ้งโครงการ → นัดแก้ → กลับมาตรวจซ้ำ ไม่ควรรอจนเหลือไม่กี่วันแล้วค่อยเริ่มเดินดูบ้าน


สำหรับคนที่กำลังอยู่ในช่วงนี้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากบท ตรวจบ้านก่อนหมดประกัน เช็กสภาพบ้าน 9 จุด ของ Pass Engineering

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *