ตรวจบ้านใหม่ก่อนเซ็นโอน ต้องดูจุดไหนบ้าง? สรุป 6 ระบบสำคัญเช็กให้ชัวร์ ป้องกันงานงอกทีหลัง

ตรวจบ้านใหม่ก่อนเซ็นโอน เช็ก 6 ระบบ

การซื้อบ้านใหม่สักหลัง ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยวหรือทาวน์โฮม หลายคนมักตื่นเต้นกับความสวยงามภายนอกที่เพิ่งทาสีเสร็จใหม่ ๆ จนเผลอรีบเซ็นรับโอนกรรมสิทธิ์ไปตั้งแต่รอบแรก ทั้งที่ยังไม่ได้เช็กระบบภายในอย่างละเอียด พอขนย้ายเฟอร์นิเจอร์เข้ามาอยู่จริงกลับเจอปัญหาน้ำรั่วซึม ปลั๊กไฟใช้งานไม่ได้ หรือพื้นกระเบื้องไม่ได้ระดับ ซึ่งหากเซ็นรับมอบไปแล้ว การตามช่างโครงการมาแก้ไขจะใช้เวลานานกว่าช่วงก่อนโอนมาก

ดังนั้น เพื่อรักษาอำนาจการต่อรองของผู้ซื้อและประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเองในอนาคต นี่คือ 6 ระบบสำคัญที่เจ้าของบ้านควรเดินเช็กให้ครบทุกจุดก่อนตัดสินใจเซ็นรับโอนบ้านครับ

6 จุดตรวจเช็กที่ไม่ควรมองข้าม

1. งานโครงสร้างและรอยแตกร้าว
เริ่มต้นด้วยการเดินสำรวจเสา คาน และผนังรับน้ำหนักทั่วทั้งบ้าน สังเกตแยกแยะระหว่างรอยแตกลายงาบนผิวปูนฉาบทั่วไป กับรอยร้าวที่ลามถึงโครงสร้าง เช่น รอยร้าวแนวทแยงมุม หรือรอยร้าวบริเวณเสาและคาน หากพบรอยร้าวที่เสี่ยงต่อความแข็งแรงของตัวบ้าน ต้องแจ้งให้โครงการแก้ไขให้เรียบร้อยก่อนรับมอบ

2. งานพื้น ผนัง และประตู-หน้าต่าง
เดินเช็กความเรียบร้อยของงานสี ผนัง และฝ้าเพดานว่าเรียบเนียนสม่ำเสมอ ลองเคาะเช็กพื้นกระเบื้องและเดินย่ำดูว่าพื้นได้ระดับ ไม่กลวงหรือยวบตัว ส่วนประตูและหน้าต่างทุกบานต้องลองเปิด-ปิดและล็อกจริงทุกจุด เพื่อดูว่าบานพับแข็งแรง ปิดได้สนิท และไม่มีช่องว่างที่ทำให้น้ำฝนสาดซึมเข้ามาได้

3. ระบบไฟฟ้าและความปลอดภัย
การตรวจระบบไฟไม่ควรแค่ลองกดเปิด-ปิดสวิตช์ไฟเท่านั้น แต่ควรนำอุปกรณ์ไปเสียบทดสอบเต้ารับ (ปลั๊กไฟ) ทุกจุดในบ้านเพื่อดูว่ามีกระแสไฟเข้าปกติหรือไม่ รวมถึงเปิดเช็กตู้ควบคุมไฟ (Consumer Unit) ว่าเบรกเกอร์ตัดไฟรั่วทำงานได้จริง และมีการเดินสายดินครบถ้วนเพื่อความปลอดภัยในระยะยาว

ตรวจเช็กบ้านใหม่ก่อนเซ็นโอน

4. ระบบประปา สุขาภิบาล และการระบายน้ำ
ทดลองเปิดน้ำทุกก๊อก ฝักบัว และกดชักโครกพร้อมกันเพื่อดูแรงดันน้ำและการทำงานของปั๊มน้ำ ที่สำคัญคือการขังน้ำทดสอบการรั่วซึมบริเวณพื้นห้องน้ำชั้นบนและระเบียง พร้อมสังเกตความลาดเอียงว่าน้ำไหลลงท่อระบายได้หมดโดยไม่มีน้ำขัง รวมถึงเช็กข้อต่อท่อใต้อ่างล้างหน้าและซิงก์ล้างจานว่าไม่มีหยดน้ำซึมออกมา

5. งานหลังคา ฝ้าเพดาน และงานกันซึม
ปัญหาน้ำรั่วมักซ่อนอยู่เหนือฝ้าเพดาน จึงควรเปิดช่องเซอร์วิสชั้นบนสุดเพื่อส่องดูโครงหลังคา แผ่นสะท้อนความร้อน และรอยต่อของกระเบื้องหลังคาว่ามีแสงลอดหรือร่องรอยน้ำรั่วซึมหรือไม่ พร้อมเดินสังเกตฝ้าเพดานทุกห้องว่าไม่มีคราบน้ำหรือรอยบวมชื้น

6. พื้นที่ภายนอกและระบบรอบตัวบ้าน
สำหรับบ้านแนวราบ ควรเดินสำรวจรอบตัวบ้านและลานจอดรถเพื่อเช็กปัญหาดินทรุดตัวหรือโพรงใต้คานคอดิน นอกจากนี้ต้องเปิดดูบ่อดักไขมัน ถังบำบัดน้ำเสีย (ถังแซท) และท่อระบายน้ำรอบบ้านว่าติดตั้งสมบูรณ์ ไม่แตกร้าว และไม่มีเศษวัสดุก่อสร้างอุดตันอยู่ในท่อ

ตรวจบ้านเองเบื้องต้น หรือให้วิศวกรช่วยตรวจ แบบไหนอุ่นใจกว่า?

แม้ว่างานความสวยงามภายนอกจะสามารถเดินเช็กด้วยตาเปล่าได้เอง แต่จุดเสี่ยงหลายอย่างมักเป็นข้อบกพร่องที่ซ่อนอยู่ในระบบ (Hidden Defect) ซึ่งต้องอาศัยเครื่องมือเฉพาะทาง เช่น การใช้กล้องอินฟราเรดสแกนหาความชื้นรั่วซึมในผนัง หรือการใช้โดรนบินตรวจสภาพหลังคามุมสูงที่ปีนขึ้นไปดูเองไม่ได้

หากต้องการความมั่นใจก่อนเซ็นโอนบ้าน การเลือกใช้ บริการตรวจบ้าน โดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญจะช่วยสแกนหาปัญหาเชิงลึกได้ครบถ้วนตั้งแต่วันแรก พร้อมจัดทำเล่มรายงานสรุปจุดแก้ไขและรูปถ่ายอย่างละเอียดเพื่อส่งให้โครงการซ่อมแซมได้อย่างตรงจุด และยังมีการเข้าตรวจซ้ำ (Re-check) เพื่อยืนยันว่าโครงการเก็บงานเรียบร้อยก่อนโอนกรรมสิทธิ์อีกด้วย

สรุปส่งท้ายก่อนเซ็นรับมอบบ้าน

การตรวจบ้านอย่างละเอียดก่อนโอนคือขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้เรามั่นใจได้ว่าบ้านใหม่พร้อมเข้าอยู่อาศัยอย่างปลอดภัย ไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายตามซ่อมเองในภายหลัง สำหรับใครที่กำลังเตรียมตัวไปตรวจรับบ้านและอยากได้รายการเช็กแบบละเอียดแยกตามหมวดงานสำหรับเปิดดูหน้างานจริง สามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Checklist ตรวจรับบ้าน เพื่อใช้เป็นคู่มือตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนเซ็นรับโอนได้เลยครับ


ช่องทางติดต่อทีมวิศวกร Pass Engineering
ใครที่ใกล้ถึงกำหนดนัดตรวจรับบ้านหรือคอนโด สามารถทักไปสอบถามคิวงานหรือส่งแปลนบ้านให้ประเมินราคาก่อนได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *